โยคะ-เชียงใหม่

โยคะ หางดงโยคะ เชียงใหม่ สตูดิโอ

มารู้จักโยคะ ในเชียงใหม่ กันเถอะ. รู้จักโยคะก่อนฝึก โยคะคืออะไร? โยคะคือการสร้างสมดุลให้แก่ร่างกายและจิตใจ หมายถึงการปรับปรุงร่างกายและจิตใจให้สมบูรณ์ไปพร้อมๆกัน มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งกับเรา ที่ออริสสา สตูดิโอ โยคะ  เชียงใหม่       ที่สตูดิโอ ของเรา  ครูผู้สอนสามารถสอนแบบ สองภาษาได้  ไทย _อังกฤษ   และที่สตูดิโอของเราราคาถุกที่สุดแล้วในเชียงใหม่

จากตำราโยคะศาสตร์ล้วนระบุตรงกันว่าโยคะนั้นได้ก่อกำเนิดเกิดขึ้นที่ประเทศอินเดียเมื่อประมาณ6,000กว่าปีมาแล้ว
โยคะในยุคแรกนั้นเป็นการฝึกบริหารร่างกายของเหล่าโยคีหรือฤาษีที่มีอยู่เป็นจำนวนมากในประเทศอินเดียสมัยนั้นเรียกว่าชมพูทวีป. แต่การฝึกโยคะในสมัยชมพูทวีปไม่ได้มุ่งที่จะบริหารร่างกายให้เกิดความแข็งแรงสมบูรณ์และให้มีรูปร่างสวยงามหรือเพื่อเอาชนะความเจ็บป่วยอย่างที่กำลังแพร่หลายอยู่ในปัจจุบัน แต่เป็นการฝึกเพื่อให้จิตใจสงบมีจิตใจอ่อนโยนมีเมตตาเข้มแข็งไม่อ่อนไหวเป็นจุดหมายหลัก. ดังนั้น. จึงเป็นการฝึกร่างกายให้สมบูรณ์แข็งแรงไปพร้อมๆกับทำจิตใจให้สงบเป็นสมาธิคือ ฝึกเพื่อให้ร่างกายเข้มแข็งเพื่อเอาชนะความปวดเมื่อย อ่อนล้า. หรือโรคภัยความเจ็บป่วย. และฝึกเพื่อให้จิตใจเข้มแข็งมีพลัง. ด้วยเหตุนี้การฝึกโยคะยุคนั้นจึงไม่แพร่หลายเป็นเพียงข้อปฏิบัติของกลุ่มนักบวชเพียงบางลัทธิเท่านั้น ไม่เป็นที่นิยมของชาวบ้านทั่วไปกรณีนี้อาจจะเป็นเพราะในชมพูทวีปนั้นยังเคร่งครัดเรื่องการถือชนชั้นวรรณะกันอยู่และถือกันถึงขั้นเด็ดขาด คงมีแต่นักบวชกับกษัตริย์เท่านั้นที่ถือว่าเป็นวรรณะสูงด้วยกันและไปมาหาสู่กันได้เมื่อโยคะเป็นข้อปฏิบัติของนักบวชหรือวรรณะพราหมณ์ จึงไม่เป็นที่นิยมในวรรณะต่ำซึ่งหมายถึงชาวบ้านทั่วๆไปและมีอยู่เป็นจำนวนมากนอกจากจะฝึกกันเฉพาะกลุ่มนักบวช(โยคี)แล้วในสมัย5,000-6,000กว่าปีที่ผ่านมานั้นยังไม่มีการจารึกเป็นลายลักษณ์อักษรวิชาโยคะจึงเกือบจะสูญหายไป. ต่อมาได้มีผู้ทำการค้นคว้าและศึกษาจนเชี่ยวชาญและรวบรวมท่าฝึกโยคะไว้จนกลายเป็นต้นตำราโยคะเรียกว่า”โยคะสูตร”

ติดต่อเราสิคะ เพื่อความรุ้และความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับโยคะเชียงใหม่  097924 0388

โยคะ หางดงโยคะ เชียงใหม่

 

นับจากนั้นโยคะก็เริ่มแพร่หลายโดยเฉพาะเมื่อคนต่างชาติเดินทางเข้าไปในชมพูทวีปแล้วนำเอาตำราโยคะออกมาเผยแพร่จากที่เคยเชื่อกันว่าเป็นข้อปฏิบัติของคนชั้นสูงก็เริ่มมีการฝึกกันอย่างแพร่หลายในทุกชนชั้น(คนขาติอื่นไม่ได้แบ่งชนชั้นวรรณะเหมือนในชมพูทวีป)เมื่อแพร่หลายไปในที่ใดก็ย่อมมีการดัดแปลงเพื่อให้เหมาะกับสรีระร่างกายของคนแต่ละท้องถิ่นในที่สุดโยคะที่ถือว่าเป็นศาสตร์แห่งการฝึกจิตให้เป็นสมาธิเพื่อความหลุดพ้นก็กลายเป็นการฝึกเพื่อบริหารร่างกายให้สมบูรณ์แข็งแรงช่วยยับยั้งและต่อต้านโรคภัยความเจ็บปวดบางชนิดรวมถึงเพื่อให้มีสุขภาพที่ดีมีรูปร่างสมส่วนอย่างที่เรียกกันว่า” โยคะเพื่อสุขภาพ” โยคะจึงไม่ใช่ศาสตร์ลึกลับไม่ใช่เวทมนตร์คาถาศักดิ์สิทธ์ของชนชั้นวรรณะใดแต่เป็นศาสตร์หรือความรู้ที่ตั้งอยู่บนธรรมชาติที่แท้จริงของร่างกายเพื่อการปรับปรุงและควบคุมอวัยวะต่างๆของร่างกายให้เข้าที่ให้มีความพร้อมที่จะขับเคลื่อนตามหน้าที่อย่างสมบูรณ์และมีประสิทธิภาพเป็น”ความจริง”ที่ทุกคนสามารถฝึกพิสูจน์ได้ด้วยตนเอง. สำหรับท่าฝึกโยคะที่มีจุดประสงค์เพื่อเสริมสร้างสุขภาพให้สมบูรณ์มีความแข็งแรงมีสุขภาพดีมีภูมิต้านทานโรคภัยไข้เจ็บภาษาโยคะรียกว่า อาสนะ หมายถึงท่าทาง  คือในการฝึกโยคะใช้คำว่า. อาสนะ แทนคำว่า ท่าและชื่อของแต่ละท่าก็เรียกตามท่าทางของการฝึกเช่น ท่าที่ฝึกแล้วมองดูเหมือนงูกำลังแผ่แม่เบี้ยก็เรียกว่า ท่างู. ส่วนท่าที่ออกมาเหมือนคนตายก็เรียกว่า  ท่าศพ ที่เป็นเช่นนั้นเชื่อว่าเป็นเพราะในสมัยก่อนผู้ฝึกโยคะท่านเลียนแบบมาจากธรรมชาติและสัตว์ต่างๆ
แล้วนำมาดัดแปลงเป็นท่าฝึกโยคะซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรเพราะในชีวิตประจำวันของคนเรายังมีอีกหลายอย่างที่ลอกเลียนแบบมาจากธรรมชาติ. ฝึกอย่างมีจุดหมาย. การฝึกโยคะยุคแรกๆนั้น เป็นการฝึกเพื่อควบคุมร่างกายและจิตใจให้สงบของเหล่านักบวชโดยมีโมกขธรรมหรือความหลุดพ้นจากกิเลสเป็นเป้าหมายสูงสุด ซึ่งถือเป็นหัวใจที่แท้จริงของโยคะดังนั้น. คุณธรรมจริยธรรม จึงเป็นจุดหมายสำคัญที่ผู้ฝึกไม่ควรละเลย. อย่ามุ่งฝึกเพื่อสร้างพละกำลังให้ร่างกายเพียงอย่างเดียว เพราะโยคะมีเป้าหมายอยู่ สองอย่างคือ. การพัฒนาร่างกายและจิตใจจึงไม่ควรขาดอย่างหนึ่งอย่างใด. ร่างกายแข็งแรง จิตใจก็ต้องเข้มแข็งบริสุทธิ์ควบคู่ไปด้วยเสมอ. ฝึกแล้วดีมีประโยชน์. เมื่อเราอยู่ในอิริยาบถเดียวติดต่อกันเป็นเวลานานๆจนรู้สึกปวดเมื่อยตามร่างกาย เช่นไหล่หลังและเอวแต่พอได้ลุกขึ้นบิดตัว ซ้ายที ขวาที เราจะรู้สึกหายหรือผ่อนคลายช่วยให้ความสดชื่นกระปี้กระเปร่ากลับคืนมาอีกครั้งสามารถนั่งทำงานต่อได้อย่างสบายๆ. นั่น!! เป็นผลดีที่ได้จากการบิดตัวเพียงนิดหน่อยเท่านั้นเอง. แต่การฝึกโยคะเป็นการบริหารร่างกายอย่างมีระบบขั้นตอนแต่ละท่ามีจุดมุ่งหมายว่าจะปรับปรุงอวัยวะส่วนใด บริหารกล้ามเนื้ออะไรและเพื่อเสริมสร้างร่างกายส่วนไหนที่สำคัญคือ มีความสงบเข้มแข็งของจิตใจเป็นจุดหมายสำคัญ. ดังนั้น ประโยชน์ที่ได้จากการฝึกโยคะจึงมีมากมายอเนกอนันต์ เช่น เป็นการฟื้นฟูสภาพร่างกายให้แข็งแรง ทำให้จิตใจเข้มแข็งไม่หวั่นไหวง่ายไม่โลเลไม่วิตกกังวล ช่วยให้สมาธิดีความคิดอ่านมีระเบียบคือรู้และตัดสินใจได้ว่า อะไรควรทำก่อนหรือหลัง ท่าของโยคะเป็นการกระตุ้นอวัยวะต่างๆของร่างกาย เช่นกล้ามเนื้อ. กระดูก ข้อต่อเส้นเอ็นและเลือดลมทั่วร่างกายให้ตื่นตัว พร้อมที่จะทำหน้าที่อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงเป็นการผ่อนคลายความปวดเมื่อยตามร่างกาย ปรับปรุงการย่อยอาหารให้ดีขึ้น กระตุ้นการไหลเวียนของโลหิตให้เป็นปกติลดความตึงเครียด วิตกกังวล ดังนั้น ประโยชน์จากการฝึกโยคะจึงมากมายยิ่งนัก. ช่วยกระตุ้นและปรับปรุงความดันโลหิตให้ไหลเวียนเป็นปกติ และช่วยบำบัดอาการของโรคบางชนิดเช่น โรคภูมิแพ้. โรคไข้หวัด โรคเกี่ยวกับเส้นเอ็นตึงโรคเลือดลมไม่ปกติ ช่วยกระต้นกล้ามเนื้อให้สมบูรณ์และมีความแข็งแรง ปรับข้อต่อและเส้นเอ็นต่างๆให้เข้าที่และให้ยืดหยุ่นช่วยให้การเคลื่อนไหวร่างกายไม่ติดขัด. สร้างพลังใจให้เข้มแข็ง คิดพินิจพิจารณาปัญหาต่างๆด้วยความละเอียดรอบคอบไม่มักง่ายใจเร็ว จึงก่อให้เกิดจิตใจที่โอบอ้อมอารี มีเมตตา ปรารถนาดีต่อผู้อื่นมีความสดชื่นแจ่มใส ไร้ความมัวหมอง จนมีผิวพรรณเปล่งปลั่งผ่องใส มีทรวดทรงดี มีความสง่ามีความคล่องตัวสูง. และลุก นั่ง ยืน เดินได้อย่างคล่องแคล่วว่องไวไม่เสียบุคลิก มีรูปร่างสมส่วน หลังไม่งอ คอไม่เอียง รูปทรงกระชับสวยงาม. มีจิตใจดีมีสมาธิ มีเหตุมีผล. ฉลาดแยบยล. คิดค้นแก้ปัญหาต่างๆได้ด้วยความนุ่มนวลไม่วู่วามโวยวาย ไม่ลุแก่อำนาจ ใช้เหตุผลบนความเป็นจริง

โยคะ หางดง โยคะ เชียงใหม่

 

โยคะ หางดง ,โยคะ เชียงใหม่,โยคะ เชียงใหม่ สตูดิโอ, โรงเรียน โยคะ เชียงใหม่

โยคะ หางดง โยคะ สตูดิโอ เชียงใหม่ เพื่อความรุ้และความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับโยคะ เชียงใหม่ สตูดิโอ

กายและใจเตรียมให้พร้อม    การฝึกโยคะนั้นเป็นกิจกรรมการฝึกร่างกายและจิตใจโดยตรง  และความพร้อมของร่างกายจึงเป็นสิ่งจำเป็นสูงสุดเพื่อให้การฝึกบรรลุเป้าหมาย. แน่นอนไม่ว่าจะทำอะไรถ้าไม่มีความพร้อมย่อมเป็นการยากที่จะประสบความสำเร็จได้ อยากให้การฝึกโยคะราบรื่นและบรรลุถึงเป้าหมายดั่งใจปรารถนาก่อนลงมือจะต้องแน่ใจว่า. เตรียมตัวพร้อมแล้ว. – ไม่ลงมือฝึกขณะที่อิ่มหรือหิวเกินไปให้ฝึกในช่วงที่รู้สึกว่าสบายตัวที่สุดคือหลังจากที่รับประทานอาหารแล้ว 1-2ชั่วโมง.

ติดต่อเราสิคะ เพื่อความรุ้และความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับโยคะเชียงใหม่  097924 0388

โยคะ หางดง ,โยคะ เชียงใหม่,โยคะ เชียงใหม่ สตูดิโอ, โรงเรียน โยคะ เชียงใหม่

โยคะ หางดง โรงเรียน โยคะ เชียงใหม่ เพื่อความรุ้และความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับ โรงเรียน โยคะ เชียงใหม่

 

– เป็นไข้. ร่างกายเหนื่อยล้าอ่อนเพลีย. ไม่สบาย. ง่วงนอนหรือเพิ่งหายจากอาการป่วย ห้ามฝึกเด็ดขาด โดยเฉพาะอาการป่วยที่เพิ่งมีการผ่าตัด หรือป่วยเป็นโรคเกี่ยวกับกระดูก ควรปรึกษาและขอคำแนะนำจากแพทย์ก่อนและสำหรับผู้หญิงไม่ควรฝึกในช่วงที่มีประจำเดือน. – เสื้อผ้าที่สวมใส่ควรเลือกแบบที่ใส่แล้วรู้สึกสบายไม่หลวมหรือรัดเกินไป และไม่สวมใส่เครื่องประดับต่างๆ เช่นแว่นตา. นาฬิกา สร้อยคอ. กำไลข้อมือ. รวมถึงเครื่องประดับทุกชนิด ที่จะทำให้ฝึกไม่สะดวก. – สถานที่ฝึกควรสะอาด มีอากาศถ่ายเทได้ดี. มีพื้นผิวเรียบ ไม่สะดุด ไม่ลื่น มีบรรยากาศเงียบสงบ เพื่อให้ทำสมาธิง่าย. -ให้หยุดทันทีที่รู้สึกว่าร่างกายไม่ไหวหรือเจ็บปวดในขณะที่ฝึกจากนั้นให้นอนพักในท่าศพ รอจนอาการเจ็บหายแล้วจึงฝึกต่อ. – ให้อบอุ่นร่างกายก่อนการฝึกทุกครั้งเพื่อยืดเส้นยืดสายให้ข้อต่อและเส้นเอ็นตื่นตัว พร้อมที่จะขยับเขยื้อนเคลื่อนไหวร่างกายตามจังหวะของแต่ละท่า. – ฝึกจบท่าแต่ละครั้ง ให้หยุดพักปประมาณ 1-2นาทีเช่นนอนพักในท่าศพ หายใจเข้า- ออกลึกๆยาวๆแล้วค่อยฝึกต่อ. ในแต่ละท่าควรทำซ้ำประมาณ3-5ครั้งตามความพร้อมของร่างกายของแต่ละคน

โยคะ หางดง โยคะ เชียงใหม่